เกี่ยวกับเรา

      ความเป็นมาของสมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯภูเก็ต  อาจกล่าวได้ว่ามีการริเริ่มมายาวนานกว่าหลายๆจังหวัด  น่าจะเป็นจังหวัดแรกๆของประเทศไทยน่าจะเชื่อได้  ด้วยว่าภูเก็ตเป็นหัวเมืองที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นและแตกต่างจากจังหวัดอื่นๆของไทยมาก  ทั้งทางด้านภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ สังคมวิทยา การเมืองและที่สำคัญที่สุดคือภูมิหลังทางด้านเศรษฐกิจ  นับแต่โบราณกาลภูเก็ตเป็นเมือง เป็นมณฑล และเป็นจังหวัดที่มีบทบาทสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศมาตลอดจนปัจจุบัน  นิสิตเก่าหรือบัณฑิตหนุ่มสาวชาวจามจุรีเดินทางมารับราชการหรือทำงานบริษัทฝรั่งมาตั้งแต่ครั้งกระโน้น  จึงอาจกล่าวถึงประวัติสมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯภูเก็ตได้ว่าเป็น ๓ ช่วงตามเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและเศรษฐกิจของชาติ

 

        ยุคชุมนุมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ก่อนสงครามโลกครั้งที่๒ ลงไปจนสมัยเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศ  ภูเก็ตเป็นศูนย์กลางการค้าแร่ดีบุกของประเทศ  มีธนาคารต่างชาติคือธนาคารชาร์เตอร์ดของอังกฤษมาดำเนินธุรกรรมตั้งแต่ก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง  มีข้าราชการที่คัดเลือกเพื่อสัมพันธ์กับชาวต่างชาติ  ทั้งบริษัทต่างชาติก็ต้องการจ้างคนไทยที่มีความรู้แบบตะวันตกหลายสาขาทั้งวิศวกร นักการบัญชี นักวิทยาศาสตร์  ซึ่งในช่วงเวลานั้นชาวจามจุรีจำนวนมากจึงมีโอกาสมาทำงานที่นี่  การจัดงานพบปะสังสรรค์ (Meeting) จึงเป็นเรื่องธรรมดา วันนัดหมายที่สะดวกและรู้กันดีในหมู่ชาวจุฬาฯก็คือวันที่ ๒๒ ตุลาคมนั่นเอง

        ยุคชมรมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ เสร็จสิ้น บ้านเมืองกลับมารุ่งเรืองวิสุทธิ์ผุดผ่อง  น้องพี่สีชมพูก็รวมตัวกันจัดงานสังสรรค์เพื่อเทิดพระนามจุฬาลงกรณ์ที่รวมจิตใจของพวกตนอีก  มีหลักฐานพยานเป็นตัวบุคคลที่ยกย่องได้ว่าเป็นปูชนียบุคคลทั้งของชาวจุฬาและชาวภูเก็ตในช่วงเวลานั้นหลายท่าน อาทิ ครูนะหุต รักแต่งาม  นายอำเภอพาทย์ รัตนพรรณ  อาจารย์เย็นจิต ณ ตะกั่วทุ่ง  นายแพทย์สนอง รักวาณิช ผวก.สุนัย ราชภัณฑารักษ์ เป็นต้น ส่วนภาคเอกชนก็มี คุณราชันย์ กาญจนวณิช คุณยงลาภ กาญจนวณิช นายแพทย์จินดา ดิลกแพทย์ เป็นต้น ยุคสมัยนี้มีการจัดงานราตรีจุฬาฯภูเก็ตเป็นประจำทุกปีบางปีก็เป็นงานปิดคือเลี้ยงสังสรรค์และร้องรำทำเพลงกันเองเฉพาะนิสิตเก่า การจัดกิจกรรมก็มีคณะกรรมการเป็นกิจจะลักษณะ มารับรายจ่ายที่ต้องแสดงต่อมวลสมาชิกทุกปีและมีการริเริ่มมอบทุนการศึกษาช่วยเหลือนักเรียนขาดแคลนเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.๒๕๑๒ ประธานจัดงานราตรีจุฬาก็มีบทบาทเป็นประธานชมรมไปจนถึงรอบปีใหม่ ส่วนวาระไม่มีการจำกัดบางคนเป็นประธานตั้งแต่วันที่มาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดจนถึงปีที่ย้าย ส่วนเอกชนที่มารับหน้าที่ต่อมักจะเป็นช่วงสั้นๆปีต่อปี

        ในยุคชมรมนิสิตเก่าจุฬาฯนี้สมัยที่นายแพทย์จินดา ดิลกแพทย์เป็นประธานชมรม ท่านกำหนดให้มีประธานจัดงานราตรีจุฬาภูเก็ตปีละ ๑ คนหมุนเวียนเปลี่ยนไปตามความเหมาะสม มีทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าศาลจังหวัด ปลัดจังหวัด และเจ้าของธุรกิจที่มีฐานะตลอดจนนักการเมืองท้องถิ่นผลัดเปลี่ยนกันเป็นประธาน โดยตัวท่านเป็นประธานชมรมตลอดชั่วอายุขัยของท่าน ช่วงนี้จึงมีการดำริที่จะจดทะเบียนเป็นสมาคมแต่ก็มีสมาชิกผู้อาวุโสหลายท่านไม่เห็นด้วยโดยให้เหตุผลว่าการเป็นชมรมไม่ต้องมีกฎหมายรองรับเป็นอิสระและเป็นความสมัครใจ คนที่มาประชุมแต่ละครั้งเท่าไหร่ก็ได้โดยถือมติเสียงส่วนใหญ่ของที่ประชุมครั้งนั้นๆเป็นการตัดสิน ในช่วงนี้ชมรมนิสิตเก่าจุฬาฯมอบทุนการศึกษาปีละ ๕๐,๐๐๐ -๘๐,๐๐๐ บาททุกปี

        ยุคสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปีพ.ศ.๒๕๕๑ คุณรจนา รักแต่งาม ประธานชมรมขณะนั้น ก็ได้คณะกรรมการชมรมไปจดทะเบียนก่อตั้งสมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯเป็นที่เรียบร้อย และท่านก็ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมมาจนถึง พ.ศ. ๒๕๕๕ กิจกรรมของสมาคมก็กว้างขวางขึ้นนอกจากการมอบทุนการศึกษาตามปกติแล้ว ยังมีการริเริ่มจัดงานประติมากรรมทรายเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว และกิจกรรมอื่นๆอีกหลายอย่าง

        ในวาระใหม่ของสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจังหวัดภูเก็ตที่ประชุมใหญ่ได้ลงมติเป็นเอกฉันท์เลือกคุณพรพินิจ พัฒนสุวรรณาเป็นนายกสมาคมสืบทอดตำแหน่งต่อจากนายกสมาคมคนแรกซึ่งดำรงตำแหน่งครบ ๒ วาระ

 

Friday the 23rd. สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจังหวัดภูเก็ต เลขที่ 63 ถนนภูเก็ต ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต 83000 โทรสาร 076-22436 Contact: Webmaster